ทิพยประกันชีวิต ตั้งเป้าเบี้ยรับรวมหมื่นลบ. โต 30% พร้อมมีแผนหาพันธมิตรใหม่ รุกช่องทางดิจิทัล

ทิพยะประกันชีวิต กางแผนปี 62 มุ่งมั่นสู่การเป็นบริษัทที่มีการพัฒนาด้านการรับประกันและบริการอย่างไม่หยุดยั่ง เดินหน้าผนึกพันธมิตรเสริมแกร่ง หวังดันเบี้ยรับรวมแตะ 10,000 โต 30% พร้อมโชว์ผงานปี 61 โกยกำไร 1,022 ล้านบาท โต 29.4%

นายนพพร บุญลาโภ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทิพยประกันชีวิต (TIPLIFE) เปิดเผยว่า ในปี 2562 นี้บริษัทยังคงมุ่งมั่นสู่การเป็นบริษัทที่มีการพัฒนาด้านการรับประกันและบริการอย่างไม่หยุดยั่ง ทั้งนี้ยังมีแผนในการเดินหน้าสร้างแบรนด์เพื่อสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่อง โดยการผนึกกำลังพันธมิตรเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริษัท นอกจากนี้บริษัทยังคงให้ความสำคัญต่อการกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือสังคม ตลอดจนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อเป็นการร่วมสร้างสรรค์สังคมที่เข้มแข็งอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตามในปี 2562 นี้บริษัทมีแผนเปิดช่องทางการจัดจำหน่ายเพิ่มเติมจากเดิมที่มี สินเชื่อธนาคาร ช่องทางการขายผ่านธนาคาร ช่องทางตัวแทน ช่องทางประกันกลุ่ม โดยบริษัทเตรียมเปิดช่องทาง ดิจิทัล เพื่อเป็นช่องทางการขายและช่องทางการบริการรองรับความต้องการของผู้บริโภค ผ่านช่องทางธนาคารออมสิน และเว็ปไซต์ tiplife.com สำหรับลูกค้าทั่วไป นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนปรับโครงสร้างเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจและเพื่อให้บริการลูกค้าอย่างทั่วถึง

ในส่วนของการพัฒนาระบบดูแลลูกค้า รวมถึงช่องทางการให้บริการผ่านโมบาย แอพพลิเคชั่น และ ไลน์ ออฟฟิเชียล ซึ่งจะให้ความสำคัญต่อการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยได้พัฒนาระบบสารสนเทศ พร้อมกับการพัฒนา อี-แอพพลิเคชั่น การใช้คำขอผ่านอิเลคทรอนิกส์ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าในยุคที่มีการขับเคลื่อนด้วยระบบดิจิทับ อย่างไรก็ตามในปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายมีเบี้ยรับรวม 10,000 ล้านบาท เติบโต 30%

สำหรับการดำเนินงานในปี 2561 ที่ผ่านมา บริษัทสามารถทำเบี้ยรับรวมได้ที่ 7,615 ล้านบาท เติบโต 14.8% ในขณะที่อุตสาหกรรมเติบโต 4.3% โดยผ่านช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ จากผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตประเภทคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA) 5,364 ล้านบาท ประเภทสามัญ 1,216 ล้านบาท ช่องทางตัวแทน 862 ล้านบาท และ ประกันชีวิตประเภทกลุ่ม 173 ล้านบาท

นอกจากนี้บริษัทยังทำกำไรได้ที่กว่า 1,022 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 29.4% ในขณะที่การลงทุนทำรายได้ 859 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 19.7% โดยแผนการลงทุนส่วนใหญ่จะเป็นตราสารหนี้ประมาณ 74% และ ที่เหลือเป็นกองทุนรวมหรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน หุ้นสามัญ สลากออมสิน และ เงิรฝากธนาคาร สลากออมสิน และ เงินฝากธนาคาร

ที่มา: https://thainews.easybranches.com/money/731457

ใส่ความเห็น